Multitasking และ Single-Tasking เป็นเรื่องที่เราหนีไม่พ้นในปัจจุบัน โดย Multitasking และ Single-Tasking คือการจัดลำดับในการทำหลายสิ่งเพื่อให้ออกมาโอเคและสวยงามที่สุด โดยในปัจจุบันกระแส Multitasking กำลังเป็นที่นิยมในหลายวงการไม่ว่าจะทั้งเรียน ทำงาน และเล่นเกม กีฬา

ในขณะที่ Single-Tasking ยังเป็นอีกทางเลือกในการลงมือทำของใครหลายคนอยู่ ดังนั้นเราจะมาหาคำตอบว่าระหว่าง Multitasking กับ Single-Tasking แบบไหนดีกว่ากัน เพื่อที่คุณจะได้นำไปใช้ในชีวิตของคุณ

Single-Tasking คืออะไร

Single-tasking คือ การโฟกัสที่สิ่งๆหนึ่ง และทำมันออกมาให้สำเร็จแล้วจึงค่อยไปทำสิ่งต่อไป ยกตัวอย่างเช่น คุณเช็คอีเมลให้ครบและอ่านให้ละเอียดก่อน จากนั้นจึงค่อยโทรหาลูกค้าที่คุณต้องนัดประชุม

โดย Single-tasking เป็นการจัดลำดับลงมือทำที่ให้ประสิทธิภาพ คุณภาพและพัฒนาศักยภาพของคุณ

อ้างอิงจากนักจิตวิทยาที่เรียก Single-tasking เป็นลงมือทำที่เป็น “การลงมือทำที่ยั่งยืนและมีพลัง”

Multitasking คืออะไร

Multitasking คือ การทำหลายๆสิ่งพร้อมๆกัน เช่น คุณเช็คอีเมลอยู่ในขณะที่คุณกำลังคุยโทรศัพท์กับลูกค้า โดยเป็นการกระทำ 2-3 อย่างภายในเวลาเดียวกัน โดยการทำ Multitasking จะทำให้คุณรู้สึกตื่นตัว กระฉับกระเฉง (Productive) โดยหลายคนมักจะใช้กับเรื่องเล็กๆน้อยๆที่ตนเองคิดว่าสามารถทำอีกอย่างหนึ่งได้โดยสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่นั้น”ง่ายเกินไป”

ซึ่งอ้างอิงจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัย Harvard และหลายๆงานวิจัยนั้นได้ยืนยันแล้วว่า การทำ Multitasking นั้นจะลดประสิทธิภาพในการทำทุกสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ถึง 40% เนื่องจากสมองต้องสลับการโฟกัส(Refocus) บ่อยๆ ทำให้สมองล้าง่าย เรียนรู้ พัฒนาได้ยาก และลดความสามารถในการโฟกัสของคุณเมื่อถึงเวลาที่ควรจะ Single-tasking ซึ่งนักจิตวิทยาได้เรียก Multitasking ว่า “เป็นกระแสความเชื่อที่ผิดๆ” ที่การทำ Multitasking ทำให้คุณเก่งขึ้น

ความเป็นจริง

หลายคนคิดว่าการทำ Multitasking นั้นให้ผลผลิตได้รวดเร็วและอยู่ในระดับ”พอได้” อีกทั้งยังทำให้ตัวเองรู้สึกกระฉับกระเฉง

แต่ในจากกงานวิจัยทั้งการเรียน การเล่นเกม กีฬา และการทหารนั้นพิสูจน์แล้วว่า การ single-tasking นั้นให้ผลผลิตที่รวดเร็วกว่า Multitasking และให้ความละเอียด ให้ไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ และการพัฒนา ซึ่งเมื่อคุณสามารถทำ Single-tasking ได้แม่นยำ ระยะเวลาที่ใช้ทำ Single-tasking จะไวกว่า Multitasking และผลออกมาดีกว่า เช่น ถ้าคุณเช็คอีเมลไปและคุยกับลูกค้าไป คุณจะไม่สามารถจับใจความอีเมลได้ และ จะไม่สามารถสนทนาเพื่อเลือกทางเลือกจะสวยงามที่สุดในการพูดคุยกับลูกค้า และเมื่อคุณไม่สามารถโฟกัสกับอีเมลและโทรฯได้เต็มที่ สมองก็จะไม่เกิดการพัฒนา ทักษะก็จะไม่เกิดการพัฒนาเช่นกัน

เก็บไปคิด Single-Tasking กับ Multitasking คุณเลือกได้

ถ้าหากแต่เดิมคุณเป็นยอดนัก Multitasking (multitasker) ที่ต้องการจะเปลี่ยนตัวเองไปเป็น single-tasking เริ่มต้นง่ายๆจากการจัดลำดับการกระทำในหัวสมองของคุณให้ชัดเจน เรียงลำดับความสำคัญให้ได้ โดยอาจเริ่มต้นจากการทำ To-do list โดยถ้าคุณสติหรือสมาธิหลุดไปอีกอย่างหนึ่งง่ายมาก
ให้เริ่มต้นจากการทำสิ่งหนึ่งแล้วโฟกัสให้ได้สัก 10 – 18 นาทีเพื่อฝึกทักษะการ Refocus แต่ถ้ามีเวลาคุณก็สามารถลองฝึกเพิ่มระยะอยู่กับมันให้นานมากขึ้น เช่น วันแรกอ่านหนังสือ 10 นาที วันที่ 2 อ่านหนังสือ 18 นาทีเป็นต้น

Single-Tasking คือ Multitasking ในยุคสมัยใหม่

โดยในการทำ Single-Tasking ให้มีประสิทธิภาพในแต่ละครั้งนั้น คุณจำเป็นที่ต้องทำ To-Do list และวางแผนลำดับให้ออกมาดี และยังมีอีกลายสิ่งที่คุณต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดการ Single-Tasking ให้มากที่สุด อาทิ
1. โฟกัสจุดมองสายตาของคุณให้โฟกัสกับสิ่งๆหนึ่งให้ดีขึ้น
2. เปิดเสียงมือถือ หรือแจ้งเตือน LINE ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งีท่เราทำ โดยเริ่มจาก 18-25 นาที
3. ปิดอีเมล และปิดเฟสบุคเมื่อไม่จำเป็น
4. หาเวลาฝึกสมาธิสักวันละ 3 นาที

ดังนั้นการทำ Single-Tasking จึงเป็นการทำ Multitasking สมัยใหม่ที่เห็นผลและใช้งานได้ดีจริง

การทำ Mental checklist ที่แน่นอนนั้นย่อมดีกว่าการทำ Multitasking ที่วุ่นวาย - Day[9] ผู้เชี่ยวชาญเกม Starcraft 2
การทำ Mental checklist ที่แน่นอนนั้นย่อมดีกว่าการทำ Multitasking ที่วุ่นวาย – Day[9] ผู้เชี่ยวชาญเกม Starcraft 2
จากผู้เขียน

ผู้เขียนเคยมีความเชื่อเรื่อง Multitasking ในหลายๆอย่างกับชีวิต อาทิเช่น เล่นเกมมือถือระหว่างเล่นเกมคอมอีกที หรือ ฟังเพลงไประหว่างอ่านหนังสือ ตลอดจนถึงคุยมือถือระหว่างประชุมและอ่านอีเมล
ซึ่งตอนนั้นรู้สึกชีวิตไม่โอเค และเครียดง่ายมากๆ กล่าวคือ หัวร้อนง่ายมาก สาเหตุมาจากการที่เราบังคับตัวเองเกินไปให้ทำ 2-3 สิ่งพร้อมกันทำให้งานออกมาล้มเหลว และไม่พัฒนา

หลังจากเปลี่ยนเป็น Single-tasking ในทุกๆเรื่อง ชีวิตก็จะดีขึ้นมาอย่างมาก ทำให้ผมสามารถจำรายละเอียดการประชุมได้โดยไม่ต้องจดลงสมุด สามารถดู Game guide เพียงแค่ครั้งเดียวก็จำได้ และมีเวลาเหลือสำหรับทำสิ่งต่อๆไปให้ดีกว่าเดิม

ลดความเร็วในการกระทำลง แต่เพิ่มรายละเอียด ความคิด วิเคราะห์และการวางแผนที่แน่นอน

“The key to great mechanics in SC2 is not about being “fast” as much as it is about spending attention in the right places at the right time – in the order that makes sense.” – Snute – Progamer starcraft 2

… and today we are going to be doing one of my absolute my number one most important concepts in my eyes EVER … and that is the Mental Checklist.” – Day[9]