Overtraining คือ อาการเหนื่อยล้าที่มีผลมาจากการออกกำลังกาย ฝึกฝนที่ต้องใช้ร่างกาย มากเกินไปโดยมักเกิดกับนักกีฬา หรือกลุ่มคนที่ชอบใช้กำลังหรือออกแรงเกินกว่าที่ร่างกายสามารถรับไหว

โดยอาการ Overtraining จะทำให้ร่างกายพัฒนาการช้า เหนื่อยล้าและส่งผลงานในระยะยาวและในทุกด้านทั้งที่เกี่ยวกับกีฬา การออกกำลังกาย ไปจนถึงเรื่องอื่นๆ โดยสาเหตุหลักๆมาจากการออกกำลังกายที่มากเกินไป

และการ Overtraining บ่อยๆนั้นจะส่งผลทางจิตทำให้ร่างกายติดการ Overtraining ทำให้สุขภาพของคุณเสียแทนที่จะดี ดั่งสุภาษิตที่ว่า ” การทำสิ่งที่ดีมากเกินไปจะกลายเป็นได้ผลเสียแทน”

สัญญาณบ่งบอกถึงอาการ Overtraining

  • เหนื่อยล้า แรงหมด
  • ขาล้าขยับ วิ่งต่อไม่ได้ และมีอาการบาดเจ็บ
  • เจ็บข้อมือหรือกล้ามเนื้อ บาดเจ็บในส่วนที่ไม่ควรจะบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย
  • ประสิทธิภาพ ความสามารถ ระยะเวลาในการฝึกในระยะยาวของคุณตกลงเรื่อยๆจากเป้าหมายที่ควร
  • นอนไม่หลับ
  • ปวดหัว หรือ ปวดคอ
  • อ่อนไหวต่อสภาพอากาศได้ง่ายกว่าที่ผ่านมา
  • อารมณ์แปรปรวน อ่อนไหว โมโหได้ง่าย เศร้าได้ง่าย
  • หมดไฟในการออกกำลังกาย
  • ความอยากอาหารลดน้อยลง
  • ความต้องการทางเพศลดน้อยลง

การปรับเปลี่ยน แก้ไข

เมื่อคุณรู้ว่า คุณกำลังมีอาการ Overtraining แล้ว ขอยินดีด้วยที่คุณรู้สึกตัว โดยแน่นอนว่าคุณสามารถเปลี่ยน แก้ไขได้ทัน โดยให้เริ่มปรับร่างกายของคุณ ดังนี้

  • หยุดพัก 1-2 วัน เพื่อเร่งการฟื้นฟูร่างกายและสมองของคุณให้กลับมาเต็ม 100%
  • ปรับ ลดเวลาในการออกกำลังกายให้เหมาะสม โดยกำหนดเวลาให้อยู่ที่ 15-45 นาทีกำลังเหมาะสมที่สุด ถ้าหากอยากออกนานกว่านี้ขอให้เปลี่ยนความคิดเป็นการออกในเวลาตามนี้ แต่เพิ่มความเข้มข้นในการฝึกแทน
  • ดื่มน้ำให้มากๆ การดื่มน้ำจะช่วยฟื้นฟูร่างกายของคุณให้เร็วขึ้นและดีขึ้นกว่าเดิม
  • นวดบริหารกล้ามเนื้อ การนวดนั้นทำให้คุณได้รับการผ่อนคลายทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งการนวดผ่อนคลายไม่ส่งผลให้คุณเสียกล้ามเนื้อไปตามความเชื่อผิดๆที่บอกต่อๆกันในยิมหรือ Broscience
  • เลือกกินอาหาร โดยกินอาหารที่มีโปรตีนเพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูได้ไวขึ้น และกำหนดปริมาณให้เหมาะสม

แนวทางการป้องกัน

ในปัจจุบันมีหลายคนที่ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังเผชิญสภาวะ Overtraining กันอยู่ทุกวันโดยเฉพาะนักกีฬา่ หรือผู้ที่ชื่นชอบฟิตเนส ยกน้ำหนัก แต่เมื่อคุณทราบแล้วและสามารถกอบกู้ร่างของคุณพร้อมได้อีกครั้งแล้ว

สิ่งที่คุณต้องทำต่อไปอย่างเร่งด่วนคือ การกำหนดตารางการออกกำลังกายให้เหมาะสมในเรื่องของความเข้มข้น และระยะเวลา จากนั้นให้กำหนดตารางการออกกำลังกายของตัวเอง และทำตามอย่างเคร่งครัด โดยอาจสอบถามเพื่อนหรือผู้รู้เกี่ยวกับตารางของเราด้วยจะดีมาก