Sponsored by

การฟิตเนส หรือออกกำลังกายนั้น การจ้างเทรนเนอร์ ถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่เริ่มต้นเพราะจะทำให้คุณออกได้ถูกต้อง ปลอดภัย เห็นผลชัดเจน และไปในทิศทางที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ

แต่ในขณะเดียวกัน เทรนเนอร์นั้นก็จะมีอยู่หลายแบบหลายสไตล์แล้วแต่คน แต่จะมีปัจจัย 10 ข้อที่ถ้าหากเทรนเนอร์ที่คุณจ้างมาดูแลคุณนั้นมีมากกว่า 1 ข้อ หรือแทบจะทุกข้อ เราขอแนะนำให้คุณรีบเปลี่ยนเทรนเนอร์ทันที เพราะคุณจะทั้งเสียเงิน เสียเวลา เสียสุขภาพจิต และเสียความตั้งใจในการฟิตเนส
โดย 10 สัญญาณของเทรนเนอร์ที่คุณควรรีบเปลี่ยนทันทีนั้นมีดังนี้

1. สนใจแต่ตัวเองมากกว่าที่จะสนใจคุณ

funny-personal-trainer-you-should-not-hire-funny-jud-nak-2เทรนเนอร์ประเภทนี้เจอกระจกที่ยิมก่อนจะเจอคุณ โดยใส่ใจกับภาพลักษณ์ตัวเองมากกว่าอยู่กับการปั้นคุณให้สำเร็จ โดยมักจะชอบมองกระจก และ Flex หุ่นตัวเองให้กับผู้ที่มาเทรนให้ได้เห็นโดยไม่มีเหตุผล  และที่สำคัญคือจะเช็คความถูกต้อง ประสิทธิภาพ และความโอเคของผู้ที่มาเทรนจากการดูกระจกเท่านั้น โดยขอให้ผู้เทรนออกให้ถูกต้องสวยงามตามมุมในกระจกเท่านั้น แทนที่จะดูที่ตัวผู้เข้าเทรน หรือผู้ฝึก ที่ท่าทาง การใช้กล้ามเนื้อ และขีดจำกัดของผู้เข้าเทรน โดยเฉพาะยิ่งถ้าผู้ฝึกเริ่มออกกำลังกายใหม่ๆ การที่จะให้พวกเค้าสามารถยกได้มุมสวยๆตามกระจกคงเป็นไปได้ยากสำหรับผู้เริ่มต้น และยังอาจทำให้พวกเขาบาดเจ็บได้อีกด้วย

 

2. ขี้โม้มากกว่าที่เป็น

ไม่ว่าจะเป็นเทรนเนอร์หรือไม่ ใครก็สามารถที่จะขี้โม้ให้คนอื่นเชื่อได้ทุกคน แต่ผู้ฟังจะเชื่อหรือทำตามที่คุณต้องการหรือไม่นั้น สำคัญที่การกระทำและผลที่ออกมามากกว่า ซึ่งการเป็นเทรนเนอร์ ถ้าคุณต้องการจะให้คนอื่นเชื่อ คุณต้องทำให้เค้าเห็นก่อนว่าถ้าเขาเชื่อและทำตาม จะได้ผลที่ออกมาเป็นยังไง ไม่ใช่ว่าให้ผู้มาเทรนกินสลัดผัก แต่ตัวเองมีรูปร่างที่อ้วน ไม่มีผลงานใดๆ และอัปโหลดรูปตอนกำลังกินหมูกระทะอัปรูปลงเฟสบุคให้ผู้ติดตามและผู้เข้าเทรนเห็น

funny-personal-trainer-you-should-not-hire-funny-jud-nak-4

ถ้าคุณมีเทรนเนอร์แบบนี้ ขอให้เลิกจ้างในทันที!

เทรนเนอร์ที่ดี ควรทำให้เด็กที่มาเทรนเห็นรุปร่างของเราแล้วเกิดความเชื่อมั่น ให้เด็กเทรนมาเห็นวิถีการกิน การใช้ชีวิต การออกกำลังกายแล้วเกิดความเชื่อมั่น เกิดแรงผลักดัน กำลังใจ และพร้อมจะเดินตามความสำเร็จของคุณ

3. ความเป็นเพื่อนเยอะเกินไป และความเป็นเทรนเนอร์มีนิดเดียว

funny-personal-trainer-you-should-not-hire-funny-jud-nak-6เทรนเนอร์ที่ติดตลกมากเกินไป จนเข้าขั้นไร้สาระจะต่างอะไรกับแค่การที่คุณพาเพื่อนมาเข้าฟิตเนสด้วยกัน ขอบอกเลยว่า เสียเงินฟรี! อีกทั้งการที่เทรนเนอร์มีคุณภาพที่ “เนื้อน้อยแต่น้ำเยอะเกิน” เป็นตัวบ่งบอกว่าเทรนเนอร์คนนั้นไม่มีความสามารถในการเทรนคุณ และไม่มีศรัทธาที่แรงกล้าพอในตัวคุณที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จ
เทรนเนอร์พวกนี้จะอยู่กับความ “กลัวที่จะสูญเสียลูกค้า” มากเกินไปจนเปลี่ยนตัวเองจาก Trainer ไปเป็น Entertrainer
ก่อนจะจ้างเทรนเนอร์ ให้นึกถึงตอนที่คุณจ้างทนาย หรือ ที่ปรึกษา ว่าคุณจ้างเขามาเพื่อช่วยสู้คดี ช่วยปรึกษาธุรกิจของคุณ หรือแค่จ้างมาเป็น Entertrainer คุณขำๆให้เปลืองเงินเล่นไปวันๆ เทรนเนอร์ก็เช่นกัน

funny-personal-trainer-you-should-not-hire-funny-jud-nak-3

 

4. ให้วิ่งลู่วิ่งทุกครั้งที่เจอ (treadmill trainer)

funny-personal-trainer-you-should-not-hire-funny-jud-nak-5

สาเหตุมาจากการที่เทรนเนอร์ไม่มีความรู้ที่มากพอในเรื่องคาดิโอ และไม่ศึกษาเรื่อง คาดิโอ ไม่รู้จักนำ HIIT, LIIT มาใช้ ทั้งๆที่พึ่งได้รับเงินค่าจ้างเราไป แต่กลับไม่ทำงาน ไม่ทำการบ้าน ถ้าจ้างเทรนเนอร์ประเภท Treadmill everyday มานั้น ขอให้คุณทบทวนและคิดดูใหม่ เพราะ การที่เทรนเนอร์ให้ ลูกเทรนไปลู่วิ่งอย่างเดียวนั้น เป็นอะไรที่ “เอาเปรียบผู้ฝึก” และ “มักง่ายที่สุด” มากในแง่ของการเอาเปรียบเรื่องเวลาของผู้ฝึก และเอาเปรียบในเรื่องของความละเอียด การใส่ใจ และคุณภาพ ผลที่ออกมา โดยขอให้แค่ตัวเลขของลูกเทรนลดลงตามเป้า  หุ่นจะออกมายังไงก็ช่างมัน

คุณจะจ้างเทรนเนอร์มาบังคับให้คุณวิ่งลู่วิ่งทำไม

คุณก็ไม่ใช่เด็กทารกหัดเดิน

 

5. ไม่มีบันทึก วิเคราะห์และความสำเร็จของคุณ

การจดบันทึกการฝึกและผลที่ได้จากการฝึกนั้นเป็นสิ่งสำคัญในทุกแง่มุมและทั้งผู้ฝึกกับเทรนเนอร์ด้วย ทั้งในด้านการวางแผนการฟิตเนสในครั้งต่อไป ไปจนถึงเป็นแรงผลักดันและแรงบันดาลใจให้กับตัวผู้ฝึกและเทรนเนอร์
การจ้างเทรนเนอร์และการเข้าฟิตเนสนั้นก็เหมือนกับการลงทุน คุณลงทุน ลงแรง ลงเงิน และลงเวลา ทุกคนย่อมต้องการจะเห็นความสำเร็จหรือผลจากการลงทุนของตน
ดังนั้น เทรนเนอร์ที่ขี้เกียจแค่เรื่องการจดบันทึกความสำเร็จ และการวางแผน คงไม่สามารถทำให้ “การลงทุนของคุณ” สำเร็จได้ และเห็นผลได้ ดังนั้น คุณควรเปลี่ยน “ที่ปรึกษา” ทันที

personal trainer train sheet

 

6. ไม่เตรียมตัวอะไรใดๆ ไม่วางแผนการฝึก

funny-personal-trainer-you-should-not-hire-funny-jud-nak-1นอกจากจะไม่จดบันทึกความสำเร็จของผู้ฝึก และยังไม่มีการเตรียมแผนอะไรใดๆ เอาแต่ทำตามแผนของตัวเอง ใช้แค่ประสบการณ์ของตัวเองทั้งหมด โดยไม่คำนึงถึงผู้ฝึก เหมือนพวกเก็บกดจากการเล่นขาอันเจ็บปวด ก็มาระบายกับผู้ึกด้วยการให้ออกขาโหดๆ โดยไม่ถามผู้ฝึกว่า หุ่นที่ผู้ฝึกต้องการเป็นแบบไหน และต้องการให้เป็นแบบไหน
เทรนเนอร์พวกนี้จะคิดแค่ ” มึงต้องเดินตามกู ห้ามขัดคำสั่ง ” เท่านั้น โดยไม่รู้ว่าผู้มาฝึกใหม่นั้นควรเริ่มออกแบบไหน ควรพักนานแค่ไหน หรือไม่รู้แม้แต่น้ำหนัก ส่วนสูงผู้มาฝึก

คุณไม่ได้ขอให้เขามาเทรนฟรีๆ คุณจ่ายเงิน ดังนั้นคุณมีสิทธิเลือก ขอให้คุณยกเลิกการจ้างเทรนเนอร์ประเภทนี้ซะ

 

7. จบแค่ที่ยิม สวัสดีเข้า – สวัสดีออก แค่นั้น
funny-personal-trainer-you-should-not-hire-funny-jud-nak-8

การเป็นเทรนเนอร์ก็เหมือนกับการเป็นที่ปรึกษาที่ดี ที่ควรติดตามผลการลงทุนบ่อยๆ ใส่ใจในรายละเอียด ทุ่มเท ในเนื้องาน และการเทรนนิ่งอย่างรอบคอบ
โดยเทรนเนอร์ที่ดี ที่ไม่ใช่เทรนเนอร์ประเภทนี้นั้น เข้าจะใส่ใจกับคุณตลอดเวลา จะติดตามผลของคุณ พูดให้กำลังใจคุณ และให้แรงบันดาลใจ ให้คุณไม่หลุดจากเป้าหมายเสมอ ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ที่ยิมแล้วก็ตาม
ถ้าหากคุณได้เทรนเนอร์ที่สามารถทำได้ตามข้างบน ขอให้คุณจ้างเขาต่อซะ เพราะนอกจากเขาจะเทรนร่างกายคุณแล้ว เขายังเทรนจิตใจของคุณด้วย ซึ่งจะทำให้คุณสามารถบินเดี่ยวได้อย่างประสบความสำเร็จในอนาคต
**การจีบ การพูดติดตลก การกวนไปมา ขี้โม้น้ำมากกว่าเนื้อนั้นไม่นับเป็นการใส่ใจในรายละเอียด

 

8. ยึดติดตัวเลขมากเกินไป
funny-personal-trainer-you-should-not-hire-funny-jud-nak-6

จริงอยู่ที่การเป็นเทรนเนอร์ที่ดี คือการที่มีจุดมุ่งหมายที่แน่นอน ตามที่ผู้ฝึกต้องการ หากแต่การเป็นเทรนเนอร์นั้นคือ การให้มุมมองใหม่ๆ ให้เป้าหมายใหม่ๆ และปรับทิศทางที่ควรจะเป็นของผู้ฝึก ในมุมมองที่ผู้ฝึกไม่ทราบ
เช่น การที่ผู้ฝึกอยากลดน้ำหนัก 30 กก. นั้น เทรนเนอร์ต้องมองถึงความละเอียดนี้และใส่ใจไปกับการกิน วิถีชีวิต วิถีการออกกำลังกาย และรูปร่างของผู้ฝึกที่ควรจะเป็นในมุมมองที่เป็นผลดีกับตัวผู้ฝึก
ไม่อย่างนั้นจะต่างอะไรกับการแค่ให้ผู้ฝึกไปอดอาหาร และเอาเงินที่มีทั้งหมดให้เทรนเนอร์ไปใช้เล่น และให้เทรนเนอร์ดีดหัวส่งไป Treadmill ทุกวัน และผู้ฝึกจะได้ไม่มีจะกิน และผอมแห้งจนได้ตัวเลขน้ำหนักตามที่ต้องการ
** ให้นึกถึงตอนเล่นเกมที่ เป้าหมายคือชนะ แต่ในระหว่างนั้นเราต้องใส่รายละเอียดอะไรไปบ้าง เพื่อให้เกิด ชัยชนะ ที่แท้จริง หรือ การลงทุน ที่อาจจะได้ตัวเลขที่ไม่ตรงเป้า แต่ได้ผลประโยชน์ในระยะยาว ซึ่งแน่นอนว่าคุ้มกว่า

 

9. มาเพื่อเล่นมือถือ

funny-personal-trainer-you-should-not-hire-funny-jud-nak-9ลองนึกภาพตอนคุณป่วยหนัก หรือประสบอุบัติเหตุ แต่กลับต้องเจอหมอ หรือ พยาบาล บอกคุณว่าแปบนึง และมัวแต่กดมือถือ เล่น Line หรือกำลังหาคู่บน Beetalk ดูสิ ว่ามันน่าเจ็บใจแค่ไหน

เทรนเนอร์ก็เช่นกัน เพราะคุณจ้างเทรนเนอร์มาเพื่อ แก้ปัญหา ให้กับคุณ ทั้งแก้ปัญหาด้านความรู้ในการออกกำลังกาย โภชนาการ และแนวคิด จิตใจของคุณให้อยู่ในจุดที่ควรจะเป็น

โดยที่แย่ที่สุดคือ เทรนเนอร์ที่ไม่มีแผน ไม่ใส่ใจ อีโก้สูง ชอบส่งผู้ฝึกไป Treadmill ทุกครั้ง และตัวเองไปนั่งกดมือถือ ที่ไม่เกิดผลดัีกับทั้งผู้ฝึกและตัวเทรนเนอร์เอง

คุณจะเลือกเทรนเนอร์แบบไหน ระหว่าง
เทรนเนอร์โนเนมรูปร่างและผลงานดีที่ให้คุณคาดิโอแค่ 4 – 10 นาที และอยู่เคียงข้างคุณตลอด
เทรนเนอร์ระดับโอลิมเปียที่ส่งคุณไปเดินเล่น Treadmill 2 ชั่วโมงทุกครั้ง และตัวเองเล่นมือถือ อ่านหนังสือพิมพ์ และจิบกาแฟยามเช้า
**มีหลายเคสแล้วที่ผู้ฝึกพลาดให้กับการไปจ้างนักกีฬาที่มีชื่อเสียงแล้วโดยลักษณะนี้

 

10. เทรนเนอร์ที่ไม่เข้าใจในตัวคุณเลย แต่คุณเข้าใจในตัวเทรนเนอร์มากกว่า

จะต้องมีเทรนเนอร์ที่คุณจะรู้ว่า เขามีหมากี่ตัว กินกาแฟหรูเมื่อไหร่ มีเพื่อนกี่คน วันๆกินอะไร ในขณะที่เทรนเนอร์ไม่รู้(และไม่คิดที่จะสนใจ)อะไรเกี่ยวกับคุณเลย ทั้งประวัติ ที่มา การใช้ชีวิต ตอนเช้ากินอะไร ที่ผ่านมากินอะไร ทำไมถึงอ้วน

การที่เทรนเนอร์ต้องรู้ข้อมูลของผู้ฝึกนั้น ไม่ใช่เรื่องที่จับฉ่าย หากแต่เป็นเรื่องที่โคตรจะจำเป็น!!!

เหมือนคุณไปหาหมอ ซึ่งคุณไม่จำเป็นจำต้องรู้เรื่องส่วนตัวของหมอเลย ในขณะที่หมอจะต้องรู้เรื่องส่วนตัวของคนไข้ ว่ากินอะไร ใช้ชีวิตแบบไหน ถึงเจ็บป่วย

funny-personal-trainer-you-should-not-hire-funny-jud-nak-7

ต้องขอขอบคุณ คุณ Nick Mitchell สำหรับบทความ และงานวิจัย
โดยคุณ Nick Mitchell นั้นเป็น Trainer ที่คิดว่าอาชีพตัวเองนั้นสำคัญมาก เหมือนกับหมอ และนักกฏหมาย

Advertisement