Sponsored by

แคลอรี่เป็นเรื่องสำคัญที่ทั้งคนที่ออกกำลังกายและไม่ค่อยออกกำลังกายควรให้ความสำคัญ เพราะมีผลต่อสุขภาพเรามาก โดยเฉพาะคนที่กำลังลดน้ำหนักเพื่อจะมีหุ่นที่ดีสักครั้งในชีวิต โดยสมัยก่อนเรามักจะคิดว่าผู้ชายต้องการแคลอรี่มากกว่าผู้หญิง ซึ่งทำให้เกิดข้อถกเถียงโลกโลกแตกเสมอจากสาวๆว่า “ก็ผู้ชายลดน้ำหนัก เผาผลาญง่ายกว่าผู้หญิงนี่หน่า” ดังนั้นเราขอเฉลยเลยว่า การเผาผลาญระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายนั้น . . . .

ผู้ชายต้องการและใช้แคลอรี่มากกว่าผู้หญิงจริงๆ

ใช่แล้ว ผู้ชายใช้แคลอรี่มากกว่าผู้หญิง โดยถ้าอาหาร การกิน การใช้ชีวิตกิจกรรมเหมือนๆกันนั้นผู้ชายจะใช้แคลอรี่มากกว่าผู้หญิง แต่การที่ผู้ชายจะมีการเผาผลาญ นำแคลอรี่มาใช้มากกว่าผู้หญิงนั้นมีสาเหตุง่ายๆ 4 สาเหตุ คือ

1. มวลกล้ามเนื้อที่ต่างกัน

ในทางกายภาพนั้น ผู้ชายมีมวลกล้ามเนื้อมากกว่าผู้หญิงมากเกือบ 2 เท่าของผู้หญิง อันเป็นผลมากจากการที่ผู้ชายสมัยยุคดึกดำบรรพ์นั้นต้องใช้กล้ามเนื้อในการออกล่าเหยื่อ และเอาชีวิตรอดในสถานการณ์เสี่ยงตาย
ทำให้กล้ามเนื้อของผู้ชายกับผู้หญิงแบบปอนด์ต่อปอนด์แล้ว ผู้ชายจะมีความแข็งแรงกว่าเพราะมีจำนวนมัดกล้ามเนื้อมากกว่าผู้หญิง
ซึ่งการที่ผู้หญิงมีมัดกล้ามเนื้อปอนด์ต่อปอนด์น้อยกว่าผู้ชายนั้น ทำให้ผู้หญิงยกหนักแค่ไหน หุ่นก็ยากที่จะเป็นคิงคอง แต่กลับกัน ผู้หญิงที่ออกกำลังกายจะได้กล้ามแขน เอว สะโพกที่ฟินและกระชับต่างจากผู้ชายที่เป็นการระเบิดออกนั่นเอง
อีกทั้งหากเทียบจากการใช้พลังงานของผู้หญิงวัย 19 ปี จนถึง 30 ปีนั้นจะมีความต้องการแคลอรี่อยู่ที่ 2,000 – 2,200 แคลอรี่ต่อวัน ในขณะที่คุณผู้ชายนั้นต้างการมากถึง 2,600 – 2,800 ส่วนผู้หญิงอายุ 31 – 50 ปีนั้นต้องการที่ 2,000 แคลอรี่และผู้ชายวัยเดียวกันจะต้องการที่ 2,400 ถึง 2,600 แคลอรี่ต่อวัยซึ่งต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

ผู้ชายมีมวลกล้ามเนื้อ มากกว่าผู้หญิงเกือบถึง 2 เท่า ทำให้เผาผลาญมากกว่าผู้หญิง

2. กิจกรรม การใช้ชีวิต

โดยเฉลี่ยแล้วผู้ชายจะมีกิจกรรม งานอดิเรก หน้าที่การงานที่ต้องใช้กล้ามเนื้อ และได้เคลื่อนไหวร่างกายเฉลี่ยแล้วมากกว่าผู้หญิง ทำให้ความต้องการแคลอรี่ของผู้ชายมากกว่าผู้หญิงตามไปด้วย อาทิเช่น เวลาที่ต้องยกของ ยกถังน้ำเติมตู้น้ำเวลาอยู่ที่ทำงาน หรือเวลาลิฟท์เต็มในเวลาเร่งรีบนั้น ส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้ชายที่เป็นคนทำเสมอ

มวลกล้ามที่มากกว่า + กิจกรรมที่ใช้พลังงานมากกว่า = การเผาผลาญมากกว่านั่นเอง

แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ชายจะสามารถกินอาหารไร้ประโยชน์แต่แคลอรี่เยอะได้อย่างสบายใจ
การดูแลสุขภาพให้กับตัวเองนั้นยังสำคัญเหมือนเดิม
เพียงแค่อาจไปเติมในด้านอื่นๆที่ไม่ใช่แค่แคลอรี่ เช่น การกินผัก วิตามิน สารอาหารที่เหมาะสม หรือโปรตีนที่เหมาะสมกับร่างกาย โดยเฉพาะถ้าคุณมีเป้าหมายคือการเพิ่มกล้ามเนื้อ

3. อาหารการกิน วินัย

ผู้ชายส่วนใหญ่จะชอบกินเนื้อ ปลา ถึงแม้ว่ามันจะเป็นของทอด หรือย่างก็ตามซึ่งในสารอาหารที่มากกว่าและแคลอรี่น้อยกว่าทรานซ์แพทต์ที่อยู่ในของหวานที่ผู้หญิงชอบทานเป็นชีวิตจิตใจ ตัวอย่างเช่น ปิงชู หรือเค้กจะมีปริมาณน้ำตาลที่มากและมีทรานแฟตประกอบ โดยมีค่าแคลอรี่ที่ 308 – 600 แคลอรี่ต่อ 100 กรัม ในขณะที่เนื้อสัตว์มีแค่ 140-180 แคลอรี่ต่อ 100 กรัมและกินเป็นมื้อหลัก กินแล้วอิ่ม ไม่มีกินจุกจิก
ซึ่งการไม่กินจุกจิกทำให้ร่างกายสามารถมีเวลาเผาผลาญมากขึ้นเพิ่มด้วยเช่นกัน ในขณะที่ผู้หญิงจะชอบกินจุกจิกตลอดเวลา รวมถึงน้ำหวานที่มีทรานแฟตมากกว่าที่ร่างกายต้องการ ทำให้ผู้ชายเผาผลาญไวกว่าผู้หญิงนี่เอง

อาหารที่ชอบระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายค่อนข้างต่างกัน จึงมีผลต่อน้ำหนัก รูปร่าง การเผาผลาญ4. เป้าหมายในเรื่องรูปร่าง

ในการเพิ่มกล้ามเนื้อนั้นจะสำคัญที่วาเรากินอะไร และสารอาหารภายในเพียงพอไหม โดยแคลอรี่จะไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวลอีกตค่อไปถ้าหากคุณมีมวลกล้ามเนื้อที่มาก โดยยิ่งถ้าคุณทำ Intermittent fasting คุณยิ่งตัดเรื่องแคลอรี่ออกจากหัวได้เลย แต่ควรใส่ใจที่สารอาหารจะเพียงพอหรือไม่สำหรับตัวเรา

หลังจากรู้ว่าผู้หญิงนั้นอ้วนง่ายกว่าและเผาผลาญยากกว่าผู้ชายแล้ว ดังนั้นเราผู้ชายควรหยุดล้อสาวๆ แล้วชวนกันไปออกกำลังกาย ลดมวลไขมันไปด้วยกันนะครับ

Advertisement